อพท. นำทัพ ไทย-ภูฏาน ท่องเที่ยวโดยชุมชน อพท. แม่งาน ผนึก ภูฏาน ททท. พัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชน 2 ประเทศ ยึดเกณฑ์ GSTC

“อพท. นำทัพ ไทย-ภูฏาน พัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชน”อพท. แม่งาน ผนึก ภูฏาน ททท. พัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชน 2 ประเทศ ยึดเกณฑ์ GSTC นำทางความยั่งยืน หวังเพิ่มสินค้าทางการท่องเที่ยวระดับคุณภาพป้อนตลาดโลก

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรภูฏาน อพท. และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย และ นายดาโช เชริง โตบเกย์ (H.E. Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

                นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. เปิดเผยถึงรายละเอียดของความร่วมมือระดับชาติ  ครั้งนี้ว่า “การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่าง อพท. ททท. และกรม การท่องเที่ยวภูฏาน (Department of Tourism, Royal Government of Bhutan) เพื่อดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานซึ่งมีเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลของ 2 ประเทศ โดย อพท. จะดำเนินการพัฒนาความร่วมมือกันในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-based Tourism) การจัดการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการเรียนรู้การเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นของทั้งสองประเทศ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งคณะทำงานด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย – ภูฏาน เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตาม MOU รวมถึง การส่งเสริมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ของนักท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งสองฝ่ายร่วมกันในเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก”

ผู้อำนวยการ อพท. ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามบันทึกฯ ครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มของการยกระดับ การท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยเน้นกระบวนการพัฒนาจากการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ประกอบกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบริบทของแหล่งท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ ที่มีทั้งความเหมือนและความต่าง โดยมี  การถอดบทเรียนร่วมกัน สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากระดับนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ อพท. จะนำบทเรียนจากองค์ความรู้ตามหลักเกณฑ์การพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria : GSTC) ที่ อพท. ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างต้นแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในแหล่งท่องเที่ยวได้ครบทั้ง 3 มิติ สังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างรายได้และกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนท้องถิ่น มาต่อยอดความร่วมมือครั้งนี้ด้วย”

Visitors: 14,041,471