“เสนา” โชว์ 9 เดือนแรกกำไรเพิ่มขึ้น 168 ล้าน โตขึ้น 43%ตั้งเป้าดัน10 โครงการดึงผู้บริโภครักษ์โลก ปั๊มยอดขายท้ายปี

 

“เสนา” โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปีนี้ ทำกำไรสุทธิ 556 ล้าน เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนเฉพาะในส่วนของธุรกิจหลักมีกำไรเพิ่มขึ้น 168 ล้านบาท หรือ 43% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 7,366 ล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ล้าน หรือราว 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมเดินแผนลุยไตรมาส 4/66 มุ่งสู่ธุรกิจยั่งยืนเมกะเทรนด์โลก ศึกษาธุรกิจ “คาร์บอนเครดิต” พร้อมจัดทัพโมเดล “บ้านพลังงานเป็นศูนย์” และ “คอนโด Low-Carbon” เปิดตัว 10 โครงการใหม่ ปั๊มยอดขายช่วงโค้งท้ายปี ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

 นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินทุนและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ เสนา ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ในฐานะ Developer รายแรกพัฒนาหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2566 (ม.ค.-ก.ย.66) กลุ่มบริษัทเสนามีรายได้รวมจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาฯ และรายได้อื่นของโครงการภายใต้กิจการร่วมค้าอยู่ที่ 7,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,014 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 556 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 8.58% ของรายได้รวม

“กำไรสุทธิ 9เดือนแรกปีนี้ หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 830 ล้านบาท ถือว่าปรับลดลงจำนวน 274 ล้านบาท แต่ปี 2565 ช่วง 9 เดือนแรกนั้นมีรายได้อื่นๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินธุรกิจหลัก 442 ล้านบาท หากนำส่วนนี้มาหักออกจากกำไรสุทธิจะทำให้เห็นว่าในปี 2565 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเหลือเพียง 388 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 168 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 43%” นางสาวอธิกา กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปีนี้ เป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาฯ 6,053  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,266 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการบริหารโครงการและธุรกิจเช่าของกลุ่มเสนา อยู่ที่ 949 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% ธุรกิจโซลาร์ อยู่ที่ 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 329% กลุ่มรายได้อื่นไม่รวมร่วมค้า 120 ล้านบาท โดยมียอดขาย (Pre-Sale ) 9 เดือนอยู่ที่ 7,894 ล้านบาท ลดลง 11% จากปัจจัยของสภาวะเศรษฐกิจและทิศทางของอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังเป็นสาเหตุของการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ในทิศทางที่สูงขึ้น

  ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566  คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,586 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ไม่ได้อยู่ในกิจการร่วมค้า 940 ล้านบาท และโครงการที่อยู่ภายใต้กิจการร่วมค้า 4,646 ล้านบาท พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ได้ในปีนี้ ประมาณ 2,714 ล้านบาท โดยยอดโอนส่วนใหญ่มาจาก 6 โครงการที่ทยอยโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เดอะ นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา, เดอะ นิช โมโน รามคำแหง, ปีติ สุขุมวิท 101 บางจาก, เสนา คิทท์ ฉลองกรุง - ลาดกระบัง เฟส 1, เสนา คิทท์ ฉลองกรุง – ลาดกระบัง เฟส 2, เสนา คิทท์ บีทีเอส - สะพานใหม่, เฟล็กซี่ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์ และโครงการแนวราบซึ่งจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4 นี้ ได้แก่  เสนา เวล่า รัตนาธิเบศร์ - บางบัวทอง, เสนาเวล่า สขุมวิท - บาง และ เสนา วีว่า เทพารักษ์ – บางบ่อ

ส่วนแผนดำเนินงานช่วงไตรมาส 4/66 บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจด้วยแนวคิด Made From Her ภายใต้วิสัยทัศน์ The Lifelong Trusted Partner คือมุ่งมั่นในการพัฒนาที่พักอาศัยและธุรกิจที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ดีในทุกช่วงอายุ พร้อมสนับสนุน Decarbonized Lifestyle หรือการใช้ชีวิตแบบ Low Carbon โดยเฉพาะเรื่องประหยัดพลังงาน โดยมีเป้าหมายเปิดตัวอีก 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่าขาย 16,506 ล้านบาท 

 เสนายังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ฮันคิว ฮันชิน คอร์ปอเรชั่น ในการพัฒนาแนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ และคอนโด Low-Carbon ล่าสุดได้สนับสนุนแนวคิดสภาวะน่าสบาย กับพานาโซนิค และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงความร่วมมือกับ Zeroboard แพลตฟอร์มตรวจวัดปริมาณคาร์บอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ ที่ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ และจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มยอดขายและรายได้ให้กับบริษัท ขณะที่บริษัท เซ็น เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ Sen X ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริการด้านการอยู่อาศัยครบวงจร  มีความสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น โดยบริษัทมีแผนเพิ่มศักยภาพการทำกำไรของโครงการในปี 2567 เพิ่มขึ้น ด้วยกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน และการเพิ่มมูลค่าการขายภายใต้แคมเปญบ้านประหยัดพลังงาน ที่สามารถลดค่าไฟฟ้าในระยะยาวให้กับลูกค้า  สะท้อนได้จากภาพรวมของการทำกำไรขั้นต้นในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 823 ล้านบาท หรือคิดเป็น 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 ส่วนของธุรกิจโซลาร์ ที่ผ่านมามีงานรับจ้างติดตั้งแผงโซลาร์ให้กับห้างสรรพสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวน 10 แห่ง ทำให้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น โดยรายได้งวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 99 ล้าน บาท หรือ 329% นอกจากนี้ยังเตรียมลงทุนในธุรกิจปลูกป่า เพื่อสร้างคาร์บอนเครดิต (SENA Reforestation) ที่จะเริ่มในช่วงต้นปีหน้า โดยอยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งถือเป็นธุรกิจในเมกะเทรนด์ที่น่าสนใจลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ

ขณะที่กลุ่มธุรกิจการเงิน หรือ “เงินสดใจดี” ซึ่งเป็นธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย ยังคงเดินหน้าให้บริการคำแนะนำเรื่องการขอวงเงินกู้ ด้วยบริการสินเชื่อและให้บริการเช่าซื้อ สำหรับลูกค้าที่ซื้ออสังหาฯ กับกลุ่มบริษัทเสนา ซึ่งการมีธุรกิจด้านการเงินสามารถเกื้อหนุนให้กับธุรกิจหลักด้านอสังหาฯ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่จะแข่งขันในตลาดอสังหาฯ ได้ดีในช่วงเวลานี้

  “ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ของไทย ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงและต่อเนื่อง โดยมองว่าบ้านพลังงานเป็นศูนย์ และ คอนโด Low-Carbon จะตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความใส่ใจ และต้องการสินค้ารักษ์โลกเพิ่มขึ้น นอกจากจะช่วยดูแลรักษาโลกแล้ว ยังช่วยผู้อยู่อาศัยในระยะยาวโดยเฉพาะเรื่องการใช้พลังงาน และข้อได้เปรียบนี้จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของเสนาเพิ่มขึ้น” นางสาวอธิกา กล่าว